คลังข้อมูลบริการลูกค้า - Oho Chat help center /
คู่มือการใช้งาน Oho Chat /
แนะนำฟีเจอร์เคส (Case)
ฟีเจอร์เคสของโอ้โหแชท คือเครื่องมือที่ช่วยจัดการข้อมูลลูกค้าให้เป็นระบบ แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใช้ และมีประโยชน์อย่างไรกับธุรกิจ บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจแบบครบถ้วน
ฟีเจอร์เคสคืออะไร
- “เคส” คือคำที่เรานำมาใช้เรียกทดแทนคำว่า “Ticketing System” คือเครื่องมือหนึ่งที่ใช้กันแพร่หลายในหมู่นักพัฒนาโปรแกรม หรือรับเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ
- ระบบ Ticketing system หรือ ตั๋วงาน / เคสงาน คือ ซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการคำร้องขอและปัญหาของลูกค้าที่เข้ามาจากช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชันแชท อีเมล และเว็บไซต์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแต่ละคำร้องจะถูกจัดเก็บไว้ในรูปแบบของ “เคส” หรือ “Ticket” บนแพลตฟอร์ม Ticketing system ที่ใช้บริการ ทำให้ทีมงานสามารถจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นอย่างรวดเร็วและมีระเบียบยิ่งขึ้น ช่วยให้การทำงานไม่ซ้ำซ้อน ป้องกันการตกหล่นของงาน วิเคราะห์การทำงานได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้การติดตามงานเป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกด้วย
ฟีเจอร์เคสของ Oho Chat คืออะไร และ ใช้งานอย่างไร
ฟีเจอร์เคสของ Oho Chat คืออะไร
- เนื่องจากการคุยกับลูกค้าผ่าน Facebook และ LINE ไม่สามารถที่จะเก็บข้อมูลลูกค้าได้และจัดการข้อมูลค่อนข้างยาก รวมถึงติดตามลูกค้าได้ยาก ดังนั้น โอ้โหแชท จึงออกแบบฟีเจอร์เคสในรูปแบบของการคุยผ่านแชท โดยจะช่วยให้ธุรกิจจัดการบริหารข้อมูลของลูกค้าได้ดีขึ้นด้วย รู้ได้ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีเคสไหนที่รุนแรงบ้างหรือเคสไหนที่รอการติดตามบ้าง และสามารถติด Tag เพื่อติดตามเคสลูกค้าได้
ฟีเจอร์เคสของ Oho Chat ทำงานอย่างไร
1. เมื่อแชทเข้ามาบนเช่น LINE OA , Facebook หรือช่องทางอื่นและทางสมาชิก กดรับแชทเพื่อตอบแชท

- เมื่อมีการพูดคุยแชทแล้ว ทางสมาชิกคลิกปุ่ม
จบแชทจะมีหน้ารายละเอียดเคสให้ทางสมาชิกกรอกข้อมูลเคสต่างๆ ดังรูปด้านล่างนี้
รายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ใน 1 เคส (Case)
- ชื่อเคส: ชื่อเรื่องที่ลูกค้าติดต่อเข้ามา เช่น “ขอทราบราคา Botox กราม”
- สถานะเคส: สถานะของเคสนั้น ๆ เช่น กำลังดูแล ปิดเคสแล้ว เพิกเฉย สแปม
- เวลารอรับบริการ: ระยะเวลาที่ลูกค้ารอรับบริการในแต่ละเคส โดยเริ่มนับเมื่อแชทเข้าสู่สถานะ "เรียกสมาชิก" หรือ "กดรับแชท" และสิ้นสุดเมื่อสมาชิกส่งข้อความตอบกลับครั้งแรก อ่านเพิ่มเติม
- รหัสเคส: รหัสของแต่ละเคส ซึ่งระบบจะกำหนดให้โดยอัตโนมัติ
- ชื่อเคส: ชื่อเรื่องที่ลูกค้าติดต่อเข้ามา เช่น “Botox หน้าเรียว”
- แท็กเคสคือ Key สำคัญของฟีเจอร์นี้ เป็นการตั้งประเด็นของเรื่องที่ลูกค้าทักเค้ามา ธุรกิจสามารถออกแบบหัวข้อเองได้ อาจเป็นปัญหาที่ลูกค้าพบ สิ่งที่ลูกค้าสนใจ สถานะการทำงาน สาขาที่ลูกค้าใช้งานเช่น ปัญหาขนส่ง, อยากได้ส่วนลดพิเศษ, ส่งใบเสนอราคาแล้ว, รอส่งสินค้า, ใช้งานสาขาทองหล่อ โดยใน 1 เคสสามารถมีหลายแท็กเคสได้ ซึ่งสามารถนำแท็กเคสนี้ไปกรองในหน้า ‘คลังเคส’ เพื่อดูแชทประเภทที่ต้องการได้ในภายหลัง
เวลาให้บริการ: ระยะเวลาที่สมาชิกใช้ดูแลลูกค้าในแต่ละเคส โดยจะเริ่มนับหลังจากส่งข้อความแรกไปหาลูกค้า และสิ้นสุดเมื่อกดจบแชท อ่านเพิ่มเติม
- คำอธิบาย: คำอธิบายของแต่ละเรื่องที่ลูกค้าทักเข้ามา
- แนบรูปภาพหรือไฟล์: สามารถแนบรูปภาพหรือไฟล์ที่เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลของเคสดังกล่าว
- คัดลอกลิงก์: ลิงก์ของรายละเอียดเคส ผู้ใช้งานสามารถคัดลอกและนำไปส่งต่อได้
- ชื่อลูกค้า: ชื่อและช่องทางที่ลูกค้าทักเข้ามา
- ผู้รับผิดชอบ: ผู้รับผิดชอบหลักของแต่ละเคส
- ในกรณีของเคสที่ปิดแล้ว : ผู้รับผิดชอบคือคนที่กดจบแชท
- ในกรณีของเคสที่กำลังดูแลอยู่ : ผู้รับผิดชอบคือสมาชิกที่ดูแลแชทนั้นอยู่ใน ณ ปัจจุบัน
12 . กิจกรรม: กิจกรรมที่เกิดขึ้นกับเคส เช่น สมาชิกรับแชท, สมาชิกส่งแชท, สมาชิกเพิ่มบันทึกภายใน เพื่อสื่อสารระหว่างภายในด้วยกัน
3. หากกรอกข้อมูลเคสเสร็จสิ้นแล้ว สามารถกดบันทึกเพื่อบันทึกข้อมูลได้เลย
ฟีเจอร์เคสของ Oho Chat มีประโยชน์อย่างไร
- เนื่องจากการคุยกับลูกค้าผ่าน Facebook และ LINE ไม่สามารถที่จะเก็บข้อมูลลูกค้าได้และจัดการข้อมูลลำบาก ดังนั้น เคสนั้นจะช่วยให้ธุรกิจจัดการบริหารข้อมูลของลูกค้าได้ดีขึ้นด้วย รู้ได้ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีเคสไหนที่รุนแรงบ้างหรือเคสไหนที่รอการติดตามบ้าง ติด Tag ลูกค้าได้
1. สร้างระบบการทำงานที่ดี
- ช่วยให้ทีมงานวางแผนการทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น เกิดระบบระเบียบในการทำงาน เกิด Workflow ในการทำงาน เช่น สามารถวางแผนได้ว่าถ้าเจอปัญหานี้จะต้องส่งต่อแชทให้ใครตอบ ดังนั้นเมื่อมีทีมงานลาออกธุรกิจก็ยังดำเนินต่อไปตาม Flow ได้
2. ลดความซับซ้อนในการทำงาน
- มีการติดแท็กเคสไว้พร้อมคำอธิบาย ทำให้ส่งต่อแชทง่าย ทีมงานที่รับแชทต่อสามารถเข้าใจปัญหาและแก้ไขได้ตรงจุดในทันที ไม่ต้องอ่านแชทใหม่เพื่อทำความเข้าใจให้เสียเวลา
3. ติดตาม ตรวจสอบการทำงานได้ง่าย
- แอดมินสามารถค้นหาแชท และแยกแชทแต่ละประเภทได้ง่าย โดยการกรองดูแชทแต่ละประเภทในคลังเคส และฟีเจอร์เคสยังช่วยให้มองเห็นภาพรวมว่าแชทไหนมีปัญหาอะไร ได้รับการแก้ไขหรือยัง หรือแชทไหนเป็นเคสด่วนต้องรีบแก้ไข ทำให้ประหยัดเวลาในการติดตามงาน
4. เพิ่มยอดขายของธุรกิจ
- ระบบการทำงานที่ดีส่งผลให้แก้ปัญหาลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว สร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า เมื่อลูกค้ารู้สึกพึงพอใจกับบริการ จะเกิดความภักดี ส่งผลให้เกิดการกลับมาใช้บริการซ้ำ เพิ่มโอกาสการเป็น Customer Loyalty อีกทั้งลูกค้ายังอาจแนะนำธุรกิจของเราให้แก่ผู้ใช้งานคนอื่นอีกด้วย
5. วิเคราะห์ ปรับปรุงจุดอ่อนของธุรกิจได้
- สามารถนำข้อมูลจากเคสมาวิเคราะห์ต่อได้ใน > ฟีเจอร์แดชบอร์ดบริการ แดชบอร์ดวัดผลการบริการ: แสดงจำนวนเคสได้รับการแก้ไขสำเร็จ จำนวนเคสเข้ามาในแต่ละวัน เมื่อรู้ว่าปัญหาที่ลูกค้าเจอบ่อยในธุรกิจคืออะไร ทำให้ปรับปรุงแก้ไขได้ตรงจุด รู้พฤติกรรมลูกค้าว่าทักมาเวลาไหน เรื่องไหนบ่อยที่สุด ทำให้พัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดได้ดียิ่งขึ้น
6. วัด Performance ของแอดมินได้
- สามารถติดตาม วัดผลการทำงานของแอดมินได้ใน > ฟีเจอร์แดชบอร์ดสมาชิก
- แดชบอร์ดวัดผลแอดมิน: วัดผลการทำงานแบบรายคน พร้อมจัดอันดับ Rank การทำงานภายในทีม เห็นภาพชัดแอดมินคนไหนปล่อยให้ลูกค้ารอนาน แอดมินคนไหนปิดเคสได้เร็ว แต่ละคนปิดเคสไปจำนวนเท่าไหร่ มีเคสที่เกี่ยวข้องกี่เคส ออนไลน์ช่วงเวลาไหนบ้าง
ฟีเจอร์เคสของ Oho Chatวิเคราะห์ข้อมูลได้จากไหนบ้าง
1. ดูข้อมูลจากคลังเคส
- ฟีเจอร์คลังเคส เห็นภาพรวมทุกเคสช่วยเก็บรวบรวมทุกเคส ติดตามได้เห็นภาพรวมเคสทั้งหมด โดย ทางผู้ใช้งานสามารถค้นหาได้ ดังนี้ อ่านต่อเพิ่มเติม
- ค้นหาเคส ดูข้อมูลย้อนหลังได้ สามาถติตดามเคสได้ จัดการได้หน้าจอเดียว
- สามารถดูสถานะเคสทั้งหมดได้ ไม่ว่าจะเป็นเคสที่กำลังดูแลหรือเคสที่ปิดแล้ว
- สามารถดูเฉพาะผู้ดูแลเคสหรือผู้เกี่ยวข้องได้
- สามารถดูวันเริ่มเคสหรือวันที่ปิดของแต่ละเคสได้
2. ดูข้อมูลจากแดชบอร์ดบริการ
- ใช้แสดงผลการให้บริการของธุรกิจในมุมมองต่าง ๆ ได้แก่ จำนวนและสัดส่วนเคสเปิดใหม่และเคสที่ได้รับการแก้ไขสำเร็จ เวลารอรับบริการ เวลาให้บริการแยกรายเคส ช่วงเวลาเปิดปิดเคส และจัดอันดับประเภทการให้บริการ ช่วยให้ธุรกิจเห็นประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าได้ในที่เดียว อ่านต่อเพิ่มเติม